อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน

คุณสมบัติสินค้า:

วิตามินสำหรับเด็ก ทานง่ายแค่เคี้ยว เพื่อลูกรัก เติมโตเต็มวัย

รสชาติ

แบรนด์ : กิฟฟารีน

Share

อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก

อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน

วิตามินเด็ก กิฟฟารีน

            อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน ชนิดเม็ดเคี้ยว อร่อย ทานง่าย ในวัยเด็กเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในเรื่อง สมอง การเรียนรู้ การเจริญเติบโตตามวัย รวมถึงพัฒนาการในด้านต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อลูกรักของคุณ ผู้ปกครองควรใส่ใจในการเรื่องอาหารการกิน เช่น เด็กควรได้รับ สารโคลิน แคลเซียม เอเอชเอ และทั้งวิตามินต่างๆ ที่จำเป็น 
 
มีให้เลือกหลายรสชาติ
  1. เซเว่น บี-ซี (วิตามินบี วิตามินซี โคลีน)
  2. เบรนนี่ กลิ่นช็อคโกแลต (ดีเอชเอ)
  3. เบรนนี่ กลิ่นข้าวโพด (ดีเอชเอ)
  4. แอล ซี วิต จูเนียร์ (ลูทีน วิตามินเอ)
  5. โคลีน คิดส์ (วิตามินบีรวม โคลีน)
  6. แคลซีน กลิ่นช็อคโกแลต (แคลเซียม)
  7. แคลซีน กลิ่นนม (แคลเซียม)
  8. แคลซีน กลิ่นสตอเบอร์รี่ (แคลเซียม)
  9. แคลซีน กลิ่นส้ม (แคลเซียม)
  10. พรีไบโอนี่ (โอลิโกฟรุคโตส)
  11. ไฟโต-คิดส์ (ผักและผลไม้รวม 28 ชนิด)
  12. เบต้า กลู คิดส์ (เบต้า-กลูแคน วิตามินซี)

 

เซเว่น บี-ซี,เซเว่น บี-ซี กิฟฟารีน,Seven B-C and Choline Giffarine,Seven B-C Giffarine,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก,วิตามินซี,วิตามินบี,โคลีน

เซเว่น บี-ซี กิฟฟารีน Seven B-C and Choline Giffarine

เม็ดอมกลิ่นส้ม ผสมโคลีน วิตามินซี และวิตามินบีรวม

ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 เม็ด

  • น้ำตาลแลคโตส 22.455 %
  • ซอร์บิทอล 21.4286 %
  • น้ำตาลเด็กซ์โตรส 19.921 %
  • น้ำตาลซูโครส 14.2857 %
  • น้ำตาลฟรุคโตส 4.2857 %
  • ผงส้ม 4.2857 %
  • กรดแอสคอร์บิก 2.2 %
  • โคลีนไบทาร์เทรต 1.7429 %
  • กลิ่นส้ม 1.143 %
  • กรดซิตริกอันไฮดรัส 1.1 %
  • เกลือ 0.2857 %
  • ไนอะซินาไมด์ 0.2857 %
  • แคลเซียม ดี-แพนโททีเนต 0.0943 %
  • ไพริดอกซีนไฮโดรคลอไรด์ 0.0357 %
  • วิตามินบี12 0.1% 0.0286 %
  • ไรโบฟลาวิน 0.0243 %
  • ไทอะมีนไฮโดรคลอไรด์ 0.0243 %
  • กรดโฟลิก 0.0029 %

 

รหัสสินค้า 40749
ปริมาณสุทธิ : 40.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 135.00 บาท
ราคาเต็ม 180.00 บาท

 

เบรนนี่,เบรนนี่ กิฟฟารีน,Brainie Giffarine,Brainie,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก

เบรนนี่ กิฟฟารีน กลิ่นช็อกโกแลต Brainie Giffarine Chocolate Malt Flavored

เบรนนี่ ช๊อกโกแลต ธัญญาหารชนิดเม็ด ผสมดีเอชเอ และแครอท รสช็อกโกแลต มอลท์ ตรา กิฟฟารีน(ผลิตภัณฑ์เด็ก)

ส่วนประกอบสำคัญ :

  • เกล็ดธัญพืช ช็อกโกแลต มอลท์
  • ดีเอชเอ
  • แครอทผง

วิธีรับประทาน : เคี้ยวครั้งละ 1 เม็ด

 

รหัสสินค้า 40709
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 97.50 บาท
ราคาเต็ม 130.00 บาท

 

เบรนนี่,เบรนนี่ กิฟฟารีน,Brainie Giffarine,Brainie,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก

เบรนนี่ กิฟฟารีน กลิ่นข้าวโพด Brainie Sweet Corn Flavored  Giffarine

เบรนนี่ ธัญญาหารชนิดเม็ด ผสมดีเอชเอ และแครอท กลิ่นข้าวโพด ตรา กิฟฟารีน (ผลิตภัณฑ์เด็ก)

ส่วนประกอบสำคัญ :

  • เกล็ดธัญพืช
  • ดีเอชเอ
  • แครอทผง

วิธีรับประทาน : เคี้ยวครั้งละ 1 เม็ด

 

รหัสสินค้า 40707
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 97.50 บาท
ราคาเต็ม 130.00 บาท

 

แอล ซี วิต เด็ก,แอล ซี วิต,แอล ซี วิต กิฟฟารีน,แอล ซี วิต จูเนียร์,แอล ซี วิต จูเนียร์ กิฟฟารีน, LC Vit Junior Giffarine, LC Vit Giffarine, LC Vit Junior,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก

แอล ซี วิต จูเนียร์ กิฟฟารีน LC Vit Junior Giffarine

แอล ซี วิต จูเนียร์ ธัญญาหารชนิดเม็ดเคี้ยว กลิ่นมิกซ์เบอร์รี่ ตรา กิฟฟารีน(ผลิตภัณฑ์เด็ก)

ส่วนประกอบสำคัญโดยประมาณใน 1 เม็ด :

  • ครีมเทียม 34.22 %
  • เกล็ดธัญพืช 25.34 %
  • น้ำตาล 22.56 %
  • โพลีเด็กซ์โตรส 8.13 %
  • หางนมผม 3.56 %
  • กลิ่นมิกซ์เบอร์รี่ 2.7 %
  • ลูทีน 1.26 %
  • ผงมิกซ์เบอร์รี่ 0.9 %
  • กรดมาลิก 0.4 %
  • วิตามินเอ แอซีเทต 0.02664 % (500,000 หน่วยสากล/กรัม)

 

วิธีรับประทาน : เคี้ยวให้ละเอียด ก่อนกลืน

คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค

 

รหัสสินค้า 40748
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 135.00 บาท
ราคาเต็ม 180.00 บาท

 

โคลีน เด็ก,โคลีน-คิดส์,โคลีน-คิดส์ กิฟฟารีน,Cholin Kids Giffarine,Cholin Kids,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก

โคลีน-คิดส์ กิฟฟารีน กลิ่นสตรอเบอร์รี่ Cholin Kids Giffarine Strawberry Flavored

โคลีน-คิดส์ กลิ่นสตรอเบอร์รี่ เม็ดเคี้ยวสูตรผสมโคลีน (ผลิตภัณฑ์เด็ก) ตรา กิฟฟารีน

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 เม็ด ประกอบด้วย :

  • โคลีน ไบทาร์เทรต

 

วิธีรับประทาน : เคี้ยวครั้งละ 1 เม็ด

 

รหัสสินค้า 40740
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 97.50 บาท
ราคาเต็ม 130.00 บาท

 

แคลเซียม เด็ก,แคลซีน,แคลซีน กิฟฟารีน,Calcine Giffarine,Calcine,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก,แคลเซียม,แคลเซียม กิฟฟารีน,แคลเซียมอัดเม็ด,Calcium,Calcium Giffarine

แคลเซียม กิฟฟารีน แคลซีน กลิ่นโกโก้ Calcine Giffarine (Cocoa Calcine)

กิฟฟารีน แคลซีน ผลิตภัณฑ์เม็ดเคี้ยว (ผลิตภัณฑ์เด็ก) รสโกโก้

 

รหัสสินค้า 40743
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 135.00 บาท
ราคาเต็ม 180.00 บาท

 

แคลเซียม เด็ก,แคลซีน,แคลซีน กิฟฟารีน,Calcine Giffarine,Calcine,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก,แคลเซียม,แคลเซียม กิฟฟารีน,แคลเซียมอัดเม็ด,Calcium,Calcium Giffarine

แคลเซียม กิฟฟารีน แคลซีน กลิ่นนม Calcine Giffarine (Milk Calcine)

กิฟฟารีน แคลซีน ผลิตภัณฑ์เม็ดเคี้ยว (ผลิตภัณฑ์เด็ก) รสนม

 

รหัสสินค้า 40742
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 135.00 บาท
ราคาเต็ม 180.00 บาท

 

แคลเซียม เด็ก,แคลซีน,แคลซีน กิฟฟารีน,Calcine Giffarine,Calcine,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก,แคลเซียม,แคลเซียม กิฟฟารีน,แคลเซียมอัดเม็ด,Calcium,Calcium Giffarine

แคลเซียม กิฟฟารีน แคลซีน กลิ่นสตอเบอร์รี่ Calcine Giffarine (Strawberry Flavored Calcine)

กิฟฟารีน แคลซีน ผลิตภัณฑ์เม็ดเคี้ยว (ผลิตภัณฑ์เด็ก) กลิ่นสตรอเบอร์รี

 

รหัสสินค้า 40744
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 135.00 บาท
ราคาเต็ม 180.00 บาท

 

แคลเซียม เด็ก,แคลซีน,แคลซีน กิฟฟารีน,Calcine Giffarine,Calcine,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก,แคลเซียม,แคลเซียม กิฟฟารีน,แคลเซียมอัดเม็ด,Calcium,Calcium Giffarine

แคลเซียม กิฟฟารีน แคลซีน กลิ่นส้ม Calcine Giffarine (Orange Flavored Calcine)

กิฟฟารีน แคลซีน ผลิตภัณฑ์เม็ดเคี้ยว(ผลิตภัณฑ์เด็ก) กลิ่นส้ม

 

รหัสสินค้า 40745
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 135.00 บาท
ราคาเต็ม 180.00 บาท

 

พรีไบโอนี่,พรีไบโอนี่ กิฟฟารีน,Prebionie Giffarine,Prebionie,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก,โอลิโกฟรุคโตส

พรีไบโอนี่ กิฟฟารีน Prebionie Giffarine

พรีไบโอนี่ ผลิตภัณฑ์เม็ดเคี้ยว(ผลิตภัณฑ์เด็ก)ผสมโอลิโกฟรุคโตส กลิ่นทุตตี้ ฟรุตตี้ ตรา กิฟฟารีน

ส่วนประกอบสำคัญ :

  • เกล็ดธัญพืช
  • โอลิโกฟรุคโตส

 

วิธีรับประทาน : เคี้ยวครั้งละ 1 เม็ด

 

รหัสสินค้า 40710
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 97.50 บาท
ราคาเต็ม 130.00 บาท

 

ไฟโต-คิดส์,ไฟโต-คิดส์ กิฟฟารีน,Phyto-Kids Giffarine,Phyto-Kids,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก,ผักและผลไม้รวม,ผักและผลไม้รวมอัดเม็ด,ผักผลไม้รวมอัดเม็ด,ผักและผลไม้รวมอัดเม็ด

ไฟโต-คิดส์ กิฟฟารีน Phyto-Kids Giffarine

ไฟโต-คิดส์ ผลิตภัณฑ์เม็ดเคี้ยวผักและผลไม้ ตรา กิฟฟารีน (ผลิตภัณฑ์เด็ก)

ส่วนประกอบสำคัญโดยประมาณใน 1 เม็ด :

  • ซอร์ตอล 333.3 มิลลิกรัม
  • ไอโซมอลท์ 55 ม็ลลิกรัม
  • โพลีเด็กซ์โตรส 50 มิลลิกรัม
  • ผงผักและผลไม้รวม 40 มิลลิกรัม
  • กรดแอสคอร์บิก 0.6 มิลลิกรัม

 

วิธีรับประทาน : เคี้ยวให้ละเอียด ก่อนกลืน

 

รหัสสินค้า 40747
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 135.00 บาท
ราคาเต็ม 180.00 บาท

 

เบต้า-กลู-คิดส์,เบต้า-กลู-คิดส์ กิฟฟารีน,Beta Glu Kids Giffarine,Beta Glu Kids,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก,วิตามินซี,วิตามินซี กิฟฟารีน

เบต้า-กลู-คิดส์ กิฟฟารีน Beta Glu Kids Giffarine

เบต้า-กลู-คิดส์ ผลิตภัณฑ์เม็ดเคี้ยว(ผลิตภัณฑ์เด็ก) รสไวท์มอลต์ ผสมเบต้า-กลูแคนและวิตามินซี ตรา กิฟฟารีน

ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 เม็ด :

  • ไวท์มอลต์ชนิดผง
  • เด็กซ์โตรส
  • เกล็ดธัญพืช
  • ครีมเทียม
  • มอลต์สกัด
  • นมผง
  • ยีสต์
  • เบต้า-กสูแคน (ให้เบต้า-(1,3)(1,6)-กลูแคน 12.5 มิลลิกรัม)
  • โซเดียม แอสคอร์เบต (ให้วิตามิน ซี 9 มิลลิกรัม)

 

วิธีรับประทาน : เคี้ยวให้ละเอียด ก่อนกลืน

 

รหัสสินค้า 40746
ปริมาณสุทธิ : 100.00 เม็ด
ราคาสมาชิก 135.00 บาท
ราคาเต็ม 180.00 บาท

 

โปรโมชั่น กิฟฟารีน,โปรโมชั่นอาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมเด็ก กิฟฟารีน,อาหารเสริมสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก กิฟฟารีน,วิตามินสำหรับเด็ก กิฟฟารีน,นมอัดเม็ด กิฟฟารีน,วิตามินเด็ก,อาหารเสริมเด็ก

  โปรโมชั่นพิเศษ!!!

ซื้ออย่างละกระปุกรวมทั้งหมด 12 กระปุก ลดเหลือ 1,784 บาท ปกติ 1,960 บาท พร้อมส่งฟรี

 

  สามารถนำรหัสสมาชิก 106057623 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ   

 

   ติดต่อสอบถาม    

   Tel : 093-696-4496

   ID Line : @kaz0660h หรือ คลิ๊กที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อน

   Fanpage : Happygiffshop

   Messenger : Happygiffshop

   E-mail : info.Happygiff@gmail.com

  สมัครสมาชิก กิฟฟารีน : คลิ๊กที่นี่

 

เพิ่มเพื่อน

เรื่องน่ารู้ของวิตามินสำหรับเด็ก

 

เรื่องน่ารู้ของวิตามินซี และวิตามินบีรวม

วิตามิน เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะแม้ว่าร่างกายต้องการวิตามินไม่มากนัก แต่ก็ขาดไม่ได้ เนื่องจากจะทำให้มีปัญหาสุขภาพตามมา เช่น
ถ้าขาดวิตามินซี จะทำให้เป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน
ถ้าขาดวิตามินบี 1 จะทำให้เป็นโรคเหน็บชา
ถ้าขาดวิตามินเอ จะทำให้ไม่สามารถมองเห็นในที่มืด เป็นต้น

 

วิตามิน แบ่งเป็นสองชนิด
นักวิชาการแบ่งวิตามินออกเป็น 2 ชนิดตามคุณสมบัติ

  • วิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายจะนำวิตามินไปใช้ประโยชน์ได้ต้องมีน้ำเป็นตัวพาไป ได้แก่ วิตามินบีรวม และวิตามินซี
  • วิตามินที่ละลายในน้ำมัน วิตามินชนิดนี้ ร่างกายจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ต้องมีน้ำมันเป็นตัวนำ วิตามินในกลุ่มนี้ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค

 

วิตามินบี
            วิตามินบี รวมประกอบด้วยวิตามินบีหลายตัว ที่รู้จักแพร่หลาย คือ วิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12, โฟเลต และไนอะซิน วิตามินกลุ่มนี้ แม้ว่าจะบริโภคเกินความต้องการในแต่ละวัน ก็จะไม่มีอันตราย เนื่องจากวิตามินกลุ่มนี้มีคุณสมบัติละลายในน้ำ เมื่อได้รับมากเกินไปร่างกายก็จะขับออกเองได้ จึงไม่สะสมให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ

วิตามินซี
            วิตามินซี (Vitamin C) ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กินเป็นประจำยังช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัดด้วย ดังนั้นเด็กที่ป่วยเป็นหวัดบ่อย ๆ ควรได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอ วิตามินซีช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ด้วย

 

เรื่องน่ารู้ของดีเอชเอ

          DHA (Docosahexaenoic Acid) คือกรดไขมันชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์อย่างมาก โดยอยู่ในกลุ่มของสารโอเมก้า 3 ซึ่งร่างกายของเราไม่สามารถผลิตหรือสังเคราะห์ขึ้นมาได้เอง 

          ดังนั้น จึงต้องได้รับสารอาหารชนิดนี้จากการรับประทานอาหารที่มีสารโอเมก้า 3 เข้าไปเท่านั้น โดยส่วนใหญ่สารนี้จะอยู่ในอาหารประเภทปลาต่างๆ อย่างปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน, ทูน่า เป็นต้น หรือในปลาน้ำจืด เช่น ปลาสวาย, ปลาช่อน เป็นต้น หรือในรูปของนมผง รวมทั้งไข่ เป็นต้น

DHA มีประโยชน์อะไรบ้าง?

  • ช่วยเสริมพัฒนาการทางสมองของเด็กได้ดีมากๆ เป็นการเพิ่มความจำที่ดี รวมทั้งทักษะในด้านการเรียนรู้สิ่งต่างๆ
  • ช่วยบำรุงสายตาของเด็กก่อนที่จะเริ่มพัฒนาไปสู่ทักษะในด้านต่างๆ
  • ช่วยแก้โรคสมาธิสั้นในเด็กได้ดี ทำให้สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบข้างได้อย่างรวดเร็ว
  • ช่วยบำรุงระบบประสาทให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในวัยทารก
  • ช่วยป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้าขึ้น
  • ช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดเกิดการอุดตัน
          ซึ่งการที่เด็กทารกหรือเด็กจะได้รับการพัฒนาสมอง สายตา หรือร่างกายต่างๆ ได้ดี ควรเริ่มจากการได้รับตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของคุณแม่ โดยคุณแม่ควรจะรับประทานอาหารที่มีสาร DHA หรือโอเมก้า 3 ตั้งแต่ขณะตั้งครรภ์ไปจนถึงระยะเวลาให้นมลูก ก็จะช่วยให้ลูกน้อยที่คลอดออกมามีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรงทั้งทางร่างกายและพัฒนาการทางสมองนั่นเอง

 

เรื่องน่ารู้ของมีลูทีน

          ลูทีน (Lutein) มีชื่อมาจากภาษาลาตินว่า ลูเทียส (Luteus) หมายถึงสีเหลือง ลูทีน แคโรทีนอยด์ (carotenoids ) ซึ่งมีลักษณะเป็นสารสีเหลือง ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตะมิน เอ ได้ (non-provitamin A carotenoids) โดยทั่วไป หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นกลุ่มแซนโทฟิลล์ (Xanthophyll)

          ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างสารประกอบทั้งสองนี้ได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร ลูเทอินและซีอาแซนทินเป็นแคโรทีนอยด์ 2 ตัวเท่านั้นที่พบอยู่ที่แมคูลา (macula) และที่เลนส์ของตา ที่ทราบกันดีว่ามีประโยชน์ต่อดวงตาของคนเรา ซึ่งชาวต่างประเทศรู้จักสารอาหารลูทีน (lutein) กันอย่างกว้างขวาง ว่าเป็นสารอาหารที่ช่วยชะลออาการจอประสาทตาเสื่อมของผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม สารอาหารลูทีนนี้ ร่างกายของคนเราไม่สามารถสังเคราะห์สารลูทีนขึ้นมา ใช้เองได้ จะต้องกินเข้าไปเท่านั้น

ประโยชน์ของลูทีน

          ลูทีนและซีแซนทินเป็นแคโรทีนอยด์ที่สะสมอยู่บริเวณเรตินาของดวงตา ซึ่งเม็ดสีนี้จะทำหน้าที่ปกป้องเรตินาและจอประสาทตาจากกระบวนการ OxidativeStress ซึ่งนั่นหมายความว่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ และลูทีน (lutein) และซีแซนทีน (zeaxanthin) ทำหน้าที่เป็นสารต้านออกซิเดชันเพื่อป้องกันเซลล์รับแสง (photoreceptor cells) จากอันตรายจากอนุมูลอิสระที่เซลล์สร้างขึ้นเนื่องมาจากมีปริมาณออกซิเจนสูง (oxygen tension) และจากการถูกแสง นอกจากนี้ยังเชื่อว่าสารประกอบทั้งสองนี้มีหน้าที่ในการกรองแสงสีฟ้าที่เป็นคลื่นแสงที่มีพลังงานสูง โดยประมาณว่าจะสามารถกรองแสงสีฟ้าลงได้ถึง 40 % ก่อนที่แสงจะตกถึงแมคูลา ดังนั้นจะสามารถลดสภาวะความเครียดออกซิเดชันต่อจอประสาทตาได้อย่างมีนัยสำคัญ

          นอกจากนี้ลูทีนยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในดวงตาของคนเราอีกด้วย เพราะดวงตาของเราจะมีสารอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นตัวทำลายเซลล์รับภาพและทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับจอประสาทตาทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ได้ ลูทีนถือเป็นสารอาหารที่มีความ สำคัญในการปกป้องจอประสาทตา โดยลูทีนจะทำงานร่วมกันกับกรดไขมันดีเอชเอและเอเอซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการด้านการมองเห็นของเด็ก โดยดีเอชเอและเอเอ จะทำหน้าที่เหมือนเป็นหลอดไฟ ส่วนลูทีนจะทำหน้าที่เหมือนเป็นสารเคลือบหลอดไฟไม่ให้เสื่อมเร็ว และนอกจากลูทีนจะพบมากในดวงตาของคนเราแล้ว ยังพบได้ในสมองในส่วนที่เกี่ยวกับการมองเห็นถึงร้อยละ 66 จึงเชื่อว่าลูทีนมีส่วนช่วยในการรับภาพและส่งต่อไปยังสมองได้ดีขึ้นอีกด้วย

          จากการศึกษาทางระบาดวิทยา พบหลักฐานว่า ลูทีนและซีแซนทีนช่วยลดโรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-related macular degeneration: AMD) สำนักงาน อาหารและยาสหรัฐอเมริกา ให้การรับรองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลูทีนและซีแซนทีน ในการลดความเสี่ยงของการเกิดความเสื่อมของตา อันมีสาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น นอกจาก ลูทีนและซีแซนทีน จะมีคุณสมบัติในการช่วยชะลอความเสื่อมของเรตินา และเลนส์ตาแล้ว ยังทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก และป้องกันการเกิดโรคหัวใจ

กลไกการทำงานของลูทีน

          สารลูทีนในเซลล์รับภาพของจอประสาทตานี้ จะทำหน้าที่สำคัญคือ คอยกรองแสงสีฟ้า ซึ่งเป็นอันตรายต่อจอประสาทตา และเป็นแสงที่หลีกเลี่ยงได้ยากเพราะมีอยู่ทั่วไปรอบๆ ตัวเรา ซึ่งทั้งแสงจากดวงอาทิตย์ แสงจากโทรทัศน์ แสงจากจอคอมพิวเตอร์ แสงจากหลอดไฟ เป็นต้น ลูทีนกับโรคต้อกระจก กลไลของลูทีน สามารถลด ป้องกัน หรือชะลอการเกิดต้อกระจกได้นั้น เป็นเพราะลดกลไกการเกิดความเสื่อมของโรคต้อกระจกโดยตรง และการที่แคโรทีนอยด์มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพราะอนุมูลอิสระเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดต้อกระจก

 

เรื่องน่ารู้ของโคลีน

          โคลีน เป็นสารอาหารสำคัญตัวหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย มีความสำคัญต่อความสมบูรณ์ของโครงสร้างของผนังเซลล์ (Structural integrity of cell membranes) เมตาบอลิซึมของเมธิล (Methyl metabolism) การส่งผ่านของกระแสประสาท (Cholinergic neuotransmission) การส่งสัญญาณผ่านหนังเซลล์ (Transmembrane) signaling) และเมตาบอลิซึม กับการขนส่งของไขมันและโคเลสเตอรอล

          โคลีนเป็นสารตั้งต้นหลักในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า อะเซททิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่ง Acetylcholine นี้เป็นสารสื่อประสาทสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความจำ การควบคุมกล้ามเนื้อ และหน้าที่อื่นๆ อีกหลายอย่าง

          ดังนั้นโคลีนจึงมีผลต่อขบวนการส่งกระแสประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำและการ รับรู้เรียกได้ว่ามีบทบาทในพัมนาการด้านการเรียนรู้ โดยเฉพาะระบบความจำ (อ้างอิงที่2) รวมถึงมีการศึกษาในการใช้เพื่อป้องกันและรักษาโรคความจำเสื่อม (Alzhelmer”s disease) ด้วย

สรุปคุณสมบัติของโคลีน

  1. เป็นสารอาหารที่จำเป็น และช่วยในการทำงานของระบบประสาท เช่น ความจำและการทำงานของกล้ามเนื้อ
  2. ช่วยในการขนส่งไขมันและโคเลสเตอรอล ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือดและหลอดเลือดหัวใจ
  3. ช่วยในการทำงานของตับให้เป็นปกติ การขาดโคลีนในสัตว์ทดลอง ทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ และนำไปสู่การเป็นมะเร็งตับ

 

เรื่องน่ารู้ของแคลเซียม (อ่านฉบับเต็มคลิ๊ก)

            แคลเซียม (Calcium) เป็นชื่อแร่ธาตุสำคัญที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กๆ เช่น อยากกระดูกและฟันแข็งแรงต้องกินอาหารที่มีแคลเซียม ถ้าอยากตัวสูงก็ต้องกินแคลเซียมมากๆ โดยเฉพาะนม ปลาเล็กปลาน้อย อย่างไรก็ดี แคลเซียมยังมีประโยชน์มากกว่านั้นและมีหน้าที่สำคัญในร่างกายมากมายอย่างที่เราคาดไม่ถึง

            แคลเซียม คือ แร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบส่วนมากของร่างกายมากกว่าแร่ธาตุอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดูกและฟัน โดยแคลเซียมจะจับตัวร่วมกับฟอสฟอรัสเรียกว่า "Calcium Phosphates" เพื่อช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง นอกจากนี้เรายังพบแคลเซียมจับตัวอยู่กับโปรตีนในเลือดและพบแคลเซียมอิสระอยู่ภายในร่างกายด้วย

            แคลเซียมยังมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการทางชีวเคมีภายในเซลล์ต่างๆ ช่วยพัฒนาและสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน ควบคุมการทำงานของหลอดเลือด กล้ามเนื้อ ควบคุมการเต้นของหัวใจ การส่งความรู้สึกไปตามเส้นประสาท และเป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนบางชนิด เป็นต้น

            โดยปกติร่างกายจะไม่สามารถสร้างแคลเซียมได้เองจำเป็นต้องได้รับผ่านการย่อยอาหารและการดูดซึมร่วมกับวิตามินดี (Vitamin D) ที่ลำไส้เล็ก ดังนั้นเราจึงต้องรับประทานแคลเซียมอย่างเพียงพอเพื่อทดแทนหรือเสริมสร้างการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 

หน้าที่ของแคลเซียมในร่างกาย

  1. ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟัน
  2. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนและกระดูกเสื่อม
  3. เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในกระบวนการแข็งตัวของเลือด (Blood clotting)
  4. ควบคุมความเป็นกรดด่างภายในเลือด
  5. ช่วยในการทำงานของระบบประสาท
  6. ช่วยควบคุมการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมถึงการควบคุมกล้ามเนื้อหัวใจด้วย
  7. ช่วยให้ระบบน้ำย่อยทำงานเป็นปกติ
  8. ป้องกันอาการผิดปกติในวัยใกล้หมดประจำเดือน

ที่มา https://www.honestdocs.co (ข้อมูลวันที่ 17 พ.ค. 2564)

ประโยชน์ของแคลเซียม

  1. ช่วยให้กระดูกและฟันมีสุขภาพแข็งแรง
  2. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกหัก
  3. ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่
  4. ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ
  5. มีส่วนช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจเป็นปกติ
  6. ช่วยเผาผลาญธาตุเหล็กในร่างกาย
  7. ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
  8. ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็ก
  9. ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกน่วม
  10. ช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน
  11. ช่วยป้องกันอาการกระดูกหักง่ายในวัยสูงอายุ
  12. ช่วยเรื่องระบบประสาท โดยเฉพาะการส่งต่อสัญญาณประสาท

ที่มา https://medthai.com (ข้อมูลวันที่ 17 พ.ค. 2564)

 

เรื่องน่ารู้ของโอลิโกฟรุคโตส

         โอลิโกฟรุคโตส (Oligo Fructose) เป็นสารอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ซึ่งอาจจะเรียกให้ง่ายขึ้นในหลายๆ ชื่อ เช่น กากใย ใยอาหารธรรมชาติ หรือไฟเบอร์ โอลิโกฟรุคโตสเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ดี เมื่อลูกกินอาหารที่มีโอลิโกฟรุคโตสเข้าไปแล้วจะไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก แต่จะผ่านไปที่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียสุขภาพ เช่น แลคโตบาซีลัส บิฟิโดแบคทีเรีย ให้มีความสมดุล ทำให้ระบบขับถ่ายดี และกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้

         นอกจากนี้ โอลิโกฟรุคโตสยังช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารเข้าสู่ร่างกายลูกให้มากและดียิ่งขึ้น จึงทำให้กระดูกและฟันของลูกแข็งแรง ป้องกันกระดูกพรุนและโรคโลหิตจางได้ด้วย

         เด็กๆ สามารถได้รับโอลิโกฟรุคโตสจากอาหาร เช่น ข้าวสาลี หัวหอม กล้วย หรือผักผลไม้ต่างๆ ดังนั้นคุณแม่จึงควรให้ลูกทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ด้วยการทำเมนูที่หลากหลาย รสชาติถูกปากลูก เพื่อให้ลูกสนุกกับการกินอาหารมากขึ้น

ประโยชน์ของโอลิโกฟรุคโตสที่ดีต่อสุขภาพลูก

  1. เพิ่มปริมาณกากใยในระบบขับถ่าย ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น อุจจาระมีความพรุน นุ่ม ถ่ายง่าย ไม่ท้องผูก
  2. ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจำนวนจุลินทรีย์สุขภาพที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
  3. ช่วยควบคุมและกำจัดปริมาณจุลินทรีย์ก่อโรคในร่างกาย
  4. ช่วยลดสารพิษหลายชนิดที่อาจสะสมตามผนังลำไส้ กระตุ้นกลไกช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ใหญ่
  5. ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน
  6. ป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย
  7. ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมของร่างกายได้ดีขึ้นเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กระดูก ป้องกันโรคโลหิตจาง และกระดูกพรุน

ที่มา : http://www.rakluke.com

 

เรื่องน่ารู้ของผักและผลไม้รวม

          มีงานวิจัยที่แสดงว่า ชายไทยร้อยละ 80 กินผักผลไม้เพียง 268 กรัม/คน/วัน และหญิงไทยร้อยละ 76 กินผักผลไม้เพียง 286 กรัม/คน/วัน ซึ่งตัวเลขนี้ห่างจากมาตรฐานที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ 400-500 กรัม/คน/วัน พอสมควรทีเดียว ผลของการไม่กินผักทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาอย่างมากมาย อาทิ ท้องผูก ระบบทางเดินอาหารมีปัญหา อาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งและโรคหัวใจ เพราะได้รับคุณค่าของสารอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งต้องหันมากินผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามิน เกลือแร่ และสารอาหารอย่างเพียงพอ ไม่ควรกินผักผลไม้เพียงแค่ชนิดเดียว ควรกินให้ได้หลากหลายสี ทั้งแดง เหลือง ส้ม เขียว ขาว เพราะแต่ละชนิดให้คุณค่าของวิตามิน เกลือแร่ และพฤกษเคมีสารเม็ดสีในผักผลไม้เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโรค เป็นประโยชน์แตกต่างกันไป ดังนี้

          ผัก ผลไม้ สีแดง ที่เห็นคุณประโยชน์เด่นชัดเลยก็คือ มะเขือเทศ ทับทิม เชอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ หรือแม้กระทั่งลูกแอปเปิ้ลแดงก็ตาม ในผักผลไม้สีแดงนี้จะมีสารไลโคพีน (Lycopene) กรดเอลลาจิก (Ellagic acid) แอนโธไซยานิน (Anthocyanin) และกรดแกลลิก (Gallic acid) ที่ช่วยทำให้ระบบการทำงานของต่อมลูกหมากดีขึ้น ทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิดอีกด้วย

          ผัก ผลไม้ สีเหลือง และสีส้ม จะช่วยในเรื่องของผิว เพราะมีเบต้าแคโรทีน (Bata-carotene) อยู่จำนวนมาก เช่น แครอท ฟักทอง ข้าวโพด ใครที่กินผักผลไม้ประเภทนี้มากๆ ผิวจะกลายเป็นสีเหลือง นั่นเป็นเพราะสารเบต้าแคโรทีนไปสะสมอยู่ตรงบริเวณผิวหนัง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังผักผลไม้สีเหลืองมีส่วนช่วยในการลดระดับโคเลสเตอรอล ช่วยทำให้สีผิวหน้าที่เป็นฝ้าลดลงได้ รวมทั้งข้าวโพดเหลือง ที่ช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดสี หรือแสงสีของเรตินาของดวงตาได้อีกด้วย

          ผัก ผลไม้ สีเขียว แทบจะเรียกได้ว่ามีมากที่สุดในบรรดาผักผลไม้ต่างๆ เช่น บร็อคโคลี่ คะน้า กะหล่ำปลี ผักโขม ผักบุ้ง กวางตุ้ง โหระพา กะเพรา สะระแหน่ และวอเตอร์เครส โดยในผักสีเขียวจะอุดมไปด้วยสารไอโซไธโอไซยาเนท (Isothiocyanate) สารลูทีน (Lutein) สารซีแซนทีน (Zeaxanthin) สารคาเทชิน (Catechins)สารอาหารเหล่านี้จะเข้าไปมีส่วนช่วยทำให้เซลล์สามารถทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังสนับสนุนการทำงานของปอด หลอดเลือดแดง และตับอีกด้วย

          ผัก ผลไม้ สีขาว ได้แก่ กระเทียม หอมใหญ่ เห็ด กะหล่ำดอก ผักกาดขาว ดอกแค และมะขามป้อม มีสารอาหารที่ช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรงเช่นกัน โดยในกระเทียมมีสารอัลลิซิน (Allicin) สารเควอซิทิน (Quercetin) ที่ช่วยดูแลในเรื่องของกระดูก และทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายดี ดอกแคก็มีวิตามินซีสูงช่วยป้องกันโรคหวัด มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยให้ผิวสวย

          ในการกินผักผลไม้นั้น นอกจากจะได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างครบถ้วนแล้ว ยังได้ในเรื่องของกากใยเพื่อช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย นอกจากนี้ผักผลไม้ยังมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูร่างกายให้หายจากอาการบาดเจ็บได้เร็วขึ้น มาใส่ใจในการกินผักผลไม้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันข้างหน้า

 

เรื่องน่ารู้ของเบต้า-กลูแคนและวิตามินซี

          เบต้ากลูแคน เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งหากจะมองให้เห็นภาพชัดเจนก็คือ “เส้นใยอาหาร” ที่มีทั้งชนิดละลายน้ำและชนิดไม่ละลายน้ำ โดยทั่วไปแล้วเบต้ากลูแคนที่สกัดจากยีสต์ จะมีสรรพคุณโดดเด่นอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของเรา

เบต้ากลูแคนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันอะไรได้บ้าง

  1. เบต้ากลูแคนมีสรรพคุณในเรื่องการเข้าไปกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดในไขกระดูก ตลอดจนช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ต่อต้านและทำลายเชื้อโรคแปลกปลอมในร่างกาย โดยปล่อยสารไซโตไคน์ที่เป็นสื่อทำให้เซลล์คุ้มกันสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและทันท่วงที เมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายและต้องกำจัดออกไป
  2. ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพของเบต้ากลูแคนจะช่วยกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันอย่างมีประสิทธิภาพก็จริง แต่กลับมีข้อดีที่น่าสนใจกว่านั้น ตรงที่ไม่ทำงานเกินขอบเขตจนทำให้คนป่วยเกิดภูมิต้านทานตัวเอง หรือที่เรียกว่า “แพ้ภูมิตัวเอง”
  3. เบต้ากลูแคนมีสรรพคุณในการทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี ทำให้คนป่วยหลังผ่าตัดที่มีแผลต้องรักษา ก็สามารถป้องกันไม่ให้ติดเชื้อหรือกลายเป็นแผลเรื้อรังได้ และทำให้ร่างกายไม่ต้องรับยาปฎิชีวนะ โดยผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดมักจะมีร่างกายอ่อนแอ ซึ่งอาจมีปฏิกิริยาต่อต้าน แต่พอได้เบต้ากลูแคนมาทดแทนจะช่วยสร้างความปลอดภัย ดูแลไม่ให้ติดเชื้อ และไม่ทำให้แพ้ยาอีกด้วย
  4. ยารักษาโรคแบบสมัยใหม่ โดยเฉพาะยารักษามะเร็งอย่างเช่นการทำคีโมหรือฉายรังสี เพื่อสกัดการแพร่กระจายของเนื้อร้าย ซึ่งยาเหล่านั้นจะมีผลข้างเคียงต่อร่างกายคือไปกดภูมิต้านทานเสียเอง แต่ถ้าได้เบต้ากลูแคนที่มีสรรพคุณช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน จะทำให้การรักษาโรคเป็นไปด้วยดีขึ้น เนื่องจากไม่เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นเพิ่มอีก
  5. เบต้ากลูแคนจะช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันความเสี่ยงในเรื่องของโรคหัวใจ เพราะช่วยเข้าไปเคลียร์ภายในหลอดเลือดให้ไหลเวียนสะดวก จึงทำให้เลือดเข้าไปสนับสนุนให้หัวใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเบต้ากลูแคนมีสรรพคุณอีกอย่างหนึ่งก็คือ ช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  6. เบต้ากลูแคนสามารถช่วยผู้คนที่ต้องเผชิญกับมลภาวะในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นอากาศ เสียง หรือผู้คน ล้วนแต่สร้างความตึงเครียดสะสมและเต็มไปด้วยเชื้อโรคที่ล่องลอยอยู่ในบรรยากาศ รวมถึงมลพิษที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เบต้ากลูแคนจึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านั้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่ายๆ อีกทั้งช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย

          การรับประทานเบต้ากลูแคนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองนั้น นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้คนในยุคปัจจุบันนี้ เพราะสิ่งแวดล้อมต่างๆ และอาหารที่เรารับประทานสามารถทำให้ร่างกายอ่อนแอโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง

วิตามินซี
            วิตามินซี (Vitamin C) ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กินเป็นประจำยังช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัดด้วย ดังนั้นเด็กที่ป่วยเป็นหวัดบ่อย ๆ ควรได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอ วิตามินซีช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ด้วย

  

   ติดต่อสอบถาม    

   Tel : 093-696-4496

   ID Line : @kaz0660h หรือ คลิ๊กที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อน

   Fanpage : Happygiffshop

   Messenger : Happygiffshop

   E-mail : info.Happygiff@gmail.com

  สมัครสมาชิก กิฟฟารีน : คลิ๊กที่นี่

 

เพิ่มเพื่อน

  สามารถนำรหัสสมาชิก 106057623 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ   

 

   ติดต่อสอบถาม    

   Tel : 093-696-4496

   ID Line : @kaz0660h หรือ คลิ๊กที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อน

   Fanpage : Happygiffshop

   Messenger : Happygiffshop

   E-mail : info.Happygiff@gmail.com

  สมัครสมาชิก กิฟฟารีน : คลิ๊กที่นี่

 

เพิ่มเพื่อน

Powered by MakeWebEasy.com